Beauty Destination
LatestProducts UpdatedBeauty TipsFashion & StyleAsk Beauty ExpertMake Up Course
Home arrow Beauty Tips arrow ความเชื่อ...เชื่อ(ไม่)ได้
ความเชื่อ...เชื่อ(ไม่)ได้ PDF Print E-mail
อาทิตย์, 12 ตุลาคม 2008

โลกทุกวันนี้เป็นยุคดิจิตอล ยุคที่ข่าวสารมีมากมาย อยากรู้ข้อมูลอะไรก็หาได้ง่ายดาย เพียงแค่คลิ๊กเข้าไปใน Internet คุณก็จะได้ข้อมูลที่ต้องการในเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ก็มีข้อมูลมากมายที่เป็นประเภท “ความเชื่อ” หรือ “เขาเล่าว่า” ที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันกันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าถูกต้อง 100 % และก็มีหลายเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพและความงามที่ผู้เขียนมักเห็นบทความทั้งไทยละเทศ หรือผู้คนกล่าวถึงกันบ่อยๆ และก็อยากจะมีความคิดเห็นอีกด้านให้คุณผู้อ่านได้ลองดูว่าพอฟังขึ้นหรือไม่


Image

ก็อย่ามัวแต่กลัวสารพิษในลิปสติค แต่กินไม่เลือกไม่ยั้ง สุดท้ายก็ได้สารพิษเข้าไปเต็มๆอยู่ดี

เริ่มด้วยข่าวลือที่มีมานานกาเลเต็มที หรืออาจจะเป็นข้อเท็จจริงผู้เขียนก็ไม่กล้าฟันโช๊ะลงไปได้ ก็คือการที่เครื่องสำอางประทินโฉมต่างๆมีสารตะกั่วและสารพิษอื่นๆเจือปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ลิปสติคสีสวยที่สาวๆแทบทุกคนต้องเคยมีเคยใช้บ้าง จากความจริงที่ว่าเราทาลิปสติคที่ริมฝีปากซึ่งง่ายต่อการที่เราจะกินเข้าไปด้วย ยิ่งลิปสติคสมัยใหม่มีการเพิ่ม กลิ่น รส เข้าไป และยังโฆษณาอย่างชัดแจ้งว่า กินได้กินอร่อย อีกต่างหาก ข้อสังเกตุที่เห็นชัดคือข่าวนี้มีมานานนับ 10 ปีแล้ว และบริษัทผู้ผลิตก็มีการออกมาตอบโต้ปฏิเสธ หรือกล่าวตอบรับที่จะปรับปรุงลดสารที่อาจเป็นพิษให้มากที่สุด และที่สำคัญคือยอดขายเครื่งสำอางเหล่านี้ก็สูงขึ้นทุกปี มูลค่าตลาดมากมายมหาศาล กฏหมายเกี่ยวกับสุขภาพการคุ้มครองผู้บริโภคก็เข้มแข็งมากขึ้นทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก ที่กล่าวมาก็ไม่ได้จะชี้ว่าลิปสติคสมัยนี้ปลอดภัย 100% แค่อยากให้คุณมองทั้งสองด้าน ควรรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ และใช้สติในการตรึกตรอง ก็ไม่ถึงกับเลิกใช้เลิกดูแลความงามกันเสียทีเดียว แค่ลดการใช้ให้น้อยลง ไม่ต้องเติมกันทั้งวัน ทุกๆชั่วโมงห่วงสวยจนไม่เป็นอันทำมาหากิน แค่เช็คดูคอยเติมเล็กน้อย 2-3 ครั้ง/วันก็น่าจะพอ วันหยุดก็พักบ้างก็ได้ ถ้าเก่าแล้ว หรือเริ่มมีกลิ่นไม่ดี สีเปลี่ยนก็ทิ้งไป เลือกซื้อยี่ห้อที่น่าเชื่อถือเป็นที่รู้จัก (ไม่ใช่ราคาแพงเท่านั้น บางยี่ห้อที่ดีราคาพอสมควรก็มีเหมือนกัน) สิ่งที่คุณควรระวังจริงๆคือสารพิษในอากาศที่เราสูดเข้าไปทุกวัน โดยเฉพาะในเมืองหลวง และเมืองอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งคงได้ข่าวกันบ้างว่าทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ ผื่นคันต่างๆ หรืออาหารที่เราบริโภคเข้าไปทุกมื้อนั่นแหละ ทั้งผักสด เนื้อสัตว์ที่ปลูกและเลี้ยงด้วยสารเคมีต่างๆ อาหารสำเร็จรูปที่มีสารแต่งกลิ่นสี และสารกันบูด เหล่านี้มีปริมาณสารพิษต่อร่างกายมากกว่า เครื่องสำอางที่คุณใช้แน่นอน ก็อย่ามัวแต่กลัวสารพิษในลิปสติค แต่กินไม่เลือกไม่ยั้ง สุดท้ายก็ได้สารพิษเข้าไปเต็มๆอยู่ดี

 

Image

ช่วงนี้ได้เห็นบทความที่เกี่ยวกับการดื่มน้ำค่อนข้างบ่อย ทั้งบทความไทย และต่างประเทศ ที่อ้างว่าการดื่มน้ำเปล่ามากๆ ไม่ได้ทำให้เกิดผลดีต่อร่างกายแต่อย่างไร ขออ้างประสบการณ์ของตนเองที่เคยไประหกระเหินใช้ชีวิตที่อเมริกามาระยะเวลาหนึ่งซึ่งก็ไม่นานมาก แค่ปีกว่าๆ ช่วงนั้นก็กินอยู่อย่างฝรั่ง กินกาแฟ นมสด น้ำอัดลมและน้ำผลไม้ ทั้งวันโดยดื่มน้ำเปล่าน้อยมาก สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ท้องเสียท้องผูกบ่อย หน้ามันในบริเวณทีโซน และข้างแก้มลอก ปากแห้งแตก ผิวดูเหลืองซีดหม่นหมอง ก็ไม่คิดอะไร อยากสวยวันไหนก็โบ๊ะเครื่องสำอางเอา แล้วคิดเอาเองว่าสวย (ไม่สนว่าคนอื่นจะคิดว่ายังไง) ผิวตัวก็แห้งแตกลอกลายเป็นงู คันจนต้องเกาแกรกๆกันทั้งวันทั้งๆที่ทาโลชั่นทุกวันทุกคืน

วิธีดื่มน้ำ ให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง และดื่มในปริมาณที่มากพอควรประมาณ 1.5-2 ลิตร/วัน

เวลาผ่านไปได้รับความรู้จากผู้รู้แนะนำให้ปรับวิธีดื่มน้ำ ให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง และดื่มในปริมาณที่มากพอควรประมาณ 1.5-2 ลิตร/วัน ก็ได้ทดลองดู และพบว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดภายในไม่กี่วันคือ ระบบขับถ่ายดีขึ้นซึ่งส่งผลให้เกิดสิวน้อยลง ผิวหน้าหายมัน และหยุดลอกเป็นขุย ปากก็ไม่แห้งแตก ผิวกายก็เนียนขึ้นไม่ลอกไม่คัน ทั้งๆที่ไม่ต้องใช้โลชั่นบำรุงทุกวัน เลือกทาเฉพาะวันที่อากาศแห้ง หรืออาบน้ำร้อนนานไปหน่อยเท่านั้น นี่เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง แต่อยากยกตัวอย่างอื่นอีกเช่น เวลาที่เราไม่สบาย คุณหมอก็มักจะให้เราดื่มน้ำอุ่นมากๆ เวลาท้องเสียก็ต้องดื่มน้ำและเกลือแร่ทดแทนที่เสียไป หรือแม้แต่เวลาที่เราดื่มเหล้ามากคอก็จะแห้งอยากดื่มน้ำมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นเพราะร่างกายเรียกร้องให้มีน้ำในระดับที่สมดุล แต่ถ้าวันไหนที่คุณดื่มน้ำมากเกินก็ไม่เห็นเกิดผลเสียเลยนอกจากการต้องเข้าห้องน้ำบ่อยเท่านั้นเอง ดังนั้นจากบทความที่ได้อ่านว่าการดื่มน้ำเปล่าในปริมาณมากไม่มีผลดีต่อร่างกายนั้นผู้เขียนขอไม่เชื่อ ส่วนคุณผู้อ่านจะคิดเห็นอย่างไรก็คงแล้วแต่จะตัดสินใจกัน แต่ถ้าทดลองดูแล้วไม่เกิดผลก็ไม่เสียหาย แต่ถ้าได้ผลดีก็คงเกิดประโยชน์ต่อตัวคุณเอง อ้อ! เกือบลืมบอก การดื่มน้ำน้อยทำให้ปากเหม็นได้ ต่อให้อมลูกอมเม็ดละร้อยบาทก็ไม่ช่วยให้หายเหม็นได้หรอก ถ้าจะสวยก็ควรจะเป็น สวยทั้งรูปจูบก็หอมนะจ๊ะ
     

ถ้าน้ำซึมเข้าผิวได้ง่ายๆเราคงตัวบวมเป็นลูกโป่งเวลาอาบน้ำแน่ๆ

อีกความเชื่อหรือค่านิยมที่มักจะเป็นในหมู่คนที่ดูเหมือนจะมีรสนิยมเลิศ (???) หรือบรรดาไฮโซ (ทั้งจริงและปลอม) ก็คือการที่ต้องพกขวดน้ำแร่ยี่ห้อหรูติดตัว แล้วเอาออกมาสเปรย์ใบหน้าให้สดชื่น และรู้สึก(ไปเอง)ว่าผิวสวยขึ้น แต่ต้องทำต่อหน้าคนอื่นด้วยท่าท่าเก๋ไก๋ประหนึ่งกำลังถ่ายแบบอยู่นะ แอบทำไม่มีใครเห็นมันไม่เท่ห์ ก็อยากจะวิเคราะห์ให้เห็นว่า ผิวมีหน้าที่ปกป้องร่างกายไม่ให้เชื้อโรค สิ่งสกปรก หรือสารแปลกปลอมต่างๆเข้าสู่ร่างกาย การที่เราทาครีมบำรุงต่างๆ บนใบหน้า ส่วนใหญ่จะต้องเป็นสารที่มีอนุภาคเล็กมากๆ ต้องใช้เทคโนโลยีทันสมัยมาผลิต และก็เข้าไปได้ไม่ถึง 1% ที่เราทาไปทั้งหมด แล้วน้ำแร่ธรรมชาติที่ไม่น่าจะผ่านการกระบวนการทันสมัยมาก ไม่งั้นมันก็ไม่ธรรมชาตินะสิ ก็ไม่น่าจะซึมเข้าผิวได้มากมายจนรู้สึกว่าผิวดีขึ้นในทันทีได้ ก็ถ้าน้ำซึมเข้าผิวได้ง่ายๆเราคงตัวบวมเป็นลูกโป่งเวลาอาบน้ำแน่ๆ และข้อเท็จจริงข้อหนึ่งคือถ้าเราทาครีมกันแดดไว้ก็จะเสื่อมคุณภาพทันทีเพราะน้ำเป็นตัวทำลายคุณสมบัติของสารกันแดด ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้น้ำแร่สเปรย์ใบหน้าในวันที่คุณทาครีมกันแดด แต่ครีมกันแดดเป็นสิ่งที่คุณควรหรือจำเป็นต้องใช้ทุกวันไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก หรือแม้แต่คุณจะนอนเล่นอยู่แต่ในบ้านก็ตาม เพราะแสงทุกชนิดมีผลทำร้ายต่อผิวทั้งนั้น จะต่างก็ที่ระดับความรุนแรงเท่านั้น แต่ถ้าคุณอยากได้คุณค่าอันสูงส่งจากน้ำแร่ละก็แนะนำให้ดื่มไปเลยดีกว่า จะได้แน่ใจว่าสารต่างๆเหล่านั้นมันเข้าไปในร่างกายจริงๆ คงมีบางส่วนซึมเข้าในเซลล์ของคุณบ้างหรอกน่า

     

“อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ” เพียงเพราะว่าเป็นบทความจากต่างประเทศ หรือคนเขียนเป็นที่รู้จัก หรือเราคิดว่าบุคลิกเขาดูน่าเชื่อถือ

ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์และความเห็นของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งถ้าในอนาคตมีข้อมูลใหม่ๆที่มาสนันสนุน หรือยืนยันความเชื่อต่างๆที่กล่าวมานั้น ความคิดของผู้เขียนก็อาจเปลี่ยนไปได้ แต่ในขณะนี้ก็ขอเชื่อในแบบนี้ไปก่อน สิ่งที่อยากบอกจริงๆคือ “อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ” เพียงเพราะว่าเป็นบทความจากต่างประเทศ หรือคนเขียนเป็นที่รู้จัก หรือเราคิดว่าบุคลิกเขาดูน่าเชื่อถือ ลองคิดถึงสิ่งอื่นๆที่เกี่ยวข้องกันแล้ววิเคราะห์ดูว่ามันสมเหตุสมผลกันหรือเปล่า แล้วค่อยตัดสินใจหรือถ้าสงสัยมากๆก็ทดลองทำดูแล้วเปรียบเทียบผลที่ได้ ก็จะได้คำตอบที่แน่นอนกว่า สำหรับบทความนี้ขอให้อ่านแล้วอย่าเพิ่งเชื่อลองคิดสัก 3 วัน 3 คืน แล้วค่อยตัดสินใจอีกที 

Comments (0)Add Comment

Write comment
You must be logged in to a comment. Please register if you do not have an account yet.

Copyright 2007. All Rights Reserved.
busy
 
< Prev   Next >

Product Recommended

test product1

Recovery Boosting Treatment

 

Make Up Course

ผู้ที่สนใจเข้ารับการอบรมการแต่งหน้า "สวยใส เป็นธรรมชาติ" อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม