Beauty Destination
LatestProducts UpdatedBeauty TipsFashion & StyleAsk Beauty ExpertMake Up Course
Home arrow Beauty Tips arrow มันคุ้มหรือเปล่าเนี่ย!
มันคุ้มหรือเปล่าเนี่ย! PDF Print E-mail
พฤหัสบดี, 28 สิงหาคม 2008

Imageช่วงนี้กำลังเห่อกับการดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง หลังจากปล่อยการปล่อยใจให้ตัวอ้วนพองตามกิเลสในการดื่มกิน เพราะทำงานหามรุ่งหามค่ำมาพักใหญ่ จวบจนเข้าสู่ช่วงต้นปีจึงได้คิดที่จะปฏิวัติความอ้วน การกินไม่ยั้ง เลยตัดสินใจหาวิธีการออกกำลังกาย ที่สุดก็มาจบลงด้วยคอร์สโยคะ ไม่ใช่เพราะว่าเป็นคนเห่อตามกระแสนิยมในเรื่องการเล่นโยคะนะครับ แต่สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจซื้อคอร์สก็คือ ต้องการยืดเส้นยืดสายให้เลือดลมหมุนเวียนได้สะดวกขึ้น จะได้เกิดความคล่องตัวในการนั่ง การเดิน หรือแม้กระทั่งการทำงาน

   ImageImage

    เริ่มจาการเรียนรู้วิธีการหายใจอย่างถูกวิธี (แต่เอ๊ะ การหายใจเนี่ยเป็นศาสตร์ของทางตะวันออกโดยเฉพาะ จีน อินเดีย หรือแม้แต่ ไทย ในการกำหนดลมปราณสมาธิไม่ใช่เหรอ?) จนถึงการดัดตน การฝึกการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ จนเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างและผิวพรรณ ที่ดูสมส่วนและมีน้ำมีนวลจนเดินไปไหนก็มีแต่คนทักว่า “ตัวเรืองแสง” เชียวนะ ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรแตกต่างจากเดิม แค่เพียงออกกำลังเท่านั้น ทำให้ดูดีขึ้นขนาดนี้เชียวเหรอ 

     แล้วเรื่องของเรื่องก็เกิดขึ้น หลังจากไป Studio ตรงเวลาคลาสพอดีเป๊ะ แล้วถามพนักงานต้อนรับว่า “คลาสเริ่งหรือยังครับ” แล้วเธอก็ตอบว่า “คลาสเริ่มไปแล้วนะคะ ถ้าจะเข้าเรียนให้เข้าเร็วหน่อยนะคะ” พร้อมกับใช้หางตาค้อนใส่หนึ่งที ก็รีบไปเตรียมตัวเข้าเรียน รีบเปลี่ยนชุดเข้าคลาสแล้วก็รู้ว่า “เพิ่งจะเริ่มฝึกลมหายใจครั้งแรก” แค่นั้นเอง จึงหวนคิดว่า “ทำไมพนักงานหน้าบ้านจึงต้องเร่งให้เราเร็วๆด้วย” เพราะเข้าสายกว่านี้ก็ยังทำได้ เพราะมีกฏระเบียบบอกไว้อยู่ว่า “ถ้าเข้าคลาสหลังจากฝึกหายใจครั้งที่สองแล้ว ไม่อณุญาตให้เข้าเรียนเด็ดขาด” เลยทำให้คิดวนเวียนว่า “ทำไมถึง take care เราด้วยน้ำเสียงและแววตาดุดันขนาดนั้น” จนเล่นเอาไม่มีจิตใจรวมทั้งสติในการเล่นในวันนั้น จึงต้องออกจากคลาสกลางคัน
      แล้วอีกครั้งหนึ่งก็โดนอาจารย์ผู้สอนเป็นคนต่างชาติ จึงใช้ภาษอังกฤษในการสอน แต่จับความได้ว่า “คลาสนี้เป็รคลาสที่ต้องใช้สมาธิมาก ถ้าคิดจะเรียนแบบเล่นๆก็ให้ออกไป” โดยคุณอาจารย์แกพูดหลังจากการ Simulation ทำท่าแปลกๆยากสุดๆ ด้วยความชื่นชมในความสามารถของเธอ ผมก็ตบกับขวดน้ำที่ถืออยู่ พร้อมทำหน้าตายิ้มระรื่นอย่างคนไม่คิดอะไร แต่สังเกตุไปมา ก็ได้คิดว่า ไอ้คำพูดที่ว่ามาเนี่ย “มันว่ากูนี่หว่า” เพราะทุกที่อาจารย์คนนี้ไม่เคยมีสีหน้าเครียดอย่างนี้มาก่อน ด้วยความคิดมากหาเรื่องคิดมากปวดหัว เลยไม่มีใจเล่น โดยเฉพาะท่ายกแข้งยกขาชี้ฟ้า เพราะปวดหัวไหล่เป็นทุน ก็เลยทำให้เราเข้าใจว่า “อาจารย์มันว่ากูจจริงๆ” เพราะเขาไม่ดูแลเราเหมือนที่ผ่านมาเลยก็เลยออกจากคลาสก่อนเวลา 30 นาที พร้อมกับอาการปวดหัวเมาค้างจากปาร์ตี้เมื่อคืน

      พอออกจากห้องก็โทรถามเพื่อนสนิทว่า “คิดยังไง กับเรื่องที่เดิดขึ้นทั้งหมด” หลายคน “เสนอ” มาตรงกันหมดว่าคุณอาจารย์คงจะเหน็บแกแน่ๆ แต่เหน่งเองยังมีความเชื่อในเรื่องของการใช้สถานที่ออกกำลังกายในสถานที่นี้ว่า เป็นที่ให้คำแนะนำ การดูแล ระวังในการเล่นโยคะอย่างถุกวิธี โดยมี Instructor ที่มีความชำนาญ และประสบการณ์ในการเล่นโยคะมาเป็นเวลานานพอที่จะให้คำแนะนำที่เหมาะกับแต่ละบุคคลพร้อมกับเอาหลักการสอนของสถาบันประกอบด้วย แต่ที่ลืมไม่ได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ว่าคุณจะเล่นโยคะเก่ง หรือสอนถูกหลักเป๊ะๆก็ตาม ที่สำคัญขาดไม่ได้เลยคือต้องดูองค์ประกอบของผู้เรียนว่ามี อายุ เพศ สภาพร่างกาย ขีดจำกัดความอดทน ว่าต่างกันอย่างไร เพราะจุดประสงค์ของการเล่นโยคะ ไม่ใช่เพียงแค่ขายบริการเรื่องการรักษาสุขภาพให้ดูดี แต่ผลพลอยได้ของผู้เรียนคือ การได้รับบาดเจ็บ กล้ามเนื้อเคล็ดขัดยอก หรืออาจถึงเส้นอ็นฉีกขาด ฯลฯ

      ผมเองไม่ได้ออกมาต่อว่าสถาบันหรืออาจารย์ผู้สอนว่า สอนไม่ดี หรือสอนไม่รู้เรื่องหรอกนะครับ แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือ ตัวเองย่อมรู้ว่าตัวเองเหมาะกับอะไร อย่างไร แบบไหน ซึ่งเหมือนสำนวนภาษาอักฤษที่คุณครูชอบพูดว่า “You are your best teacher.” ดังนั้นถ้าท่าไหนที่มันยากเกินไป หรือทำให้ร่างกาย Over Load หรือทำให้รู้สึกเครียดมากขึ้นจากการออกกำลังกาย เพราะทำท่าต่างๆไม่ได้ หรือเครียดจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งเป็นผลพลอยได้ที่ตามมาก่อนได้มาซึ่งสุขภาพดีแล้วละก็ เหน่งคิดว่า เอาเงินไปเที่ยวดูธรรมชาติ ไปนวดตัว อบตัว แต่งตัว หรือเข้าคอร์สนวดหน้า ยิงเลเซอร์จะดีกว่า เพราะเจ็บตัวเหมือนกัน แต่ยังได้ความสวยงามด้วยและที่สำคัญไม่เจ็บใจกับการให้บริการ และคำว่าแดกดันที่ระคายหูอีกด้วย เพราะไอ้ความคุ้มเนี่ยมันวัดออกมาเป็นตัวเลข หรือตัวเงินไม่ได้หรอกครับ แต่มันสามารถวัดได้ถึงระดับความพึงพอใจของลูกค้าที่จะกลับไปใช้สินค้าหรือบริการอีกหรือเปล่า!

      เรื่องที่กล่าวาทั้งหมดอาจดูเหมือนว่าไม่เห็นเกี่ยวกับเคล็ดลับความงสมตรงไหน แต่หากลองพิจารณาให้ดีจะเห็นข้อคิดที่ว่าผู้ต้องการเสริมความงามและผู้แนะนำให้เกิดความงาม ต้องคิดว่านอกจากการกระทำทางกายแล้ว เรื่องการกระทำ คำพูดที่จะกระทบจิตใจให้เกิดความเครียดก็มีผลต่อความงามด้วยเช่นกัน  จะมีประโยชน์อะไรที่ออกกำลังกายหุ่นดีแต่เครียดจนหน้าเหี่ยว หรือยิ้มไม่ออก ผู้สอนก็ไม่มีใครชอบตัวตนจริงๆ ได้แต่ฟังการสอนแล้วจบกันไป ไม่เกิดความชื่นชอบให้ชื่นใจหายเหนื่อยเลย ไม่เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งสองฝ่าย “รูปงาม ใจงาม วจีงาม” รวมกัน 3 อย่างจะทำให้คุณได้รับคำกล่าวว่าเป็น “คนงาม” อย่างแน่นอน

Comments (0)Add Comment

Write comment
You must be logged in to a comment. Please register if you do not have an account yet.

Copyright 2007. All Rights Reserved.
busy
 
< Prev   Next >

Product Recommended

test product1

Recovery Boosting Treatment

 

Make Up Course

ผู้ที่สนใจเข้ารับการอบรมการแต่งหน้า "สวยใส เป็นธรรมชาติ" อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม